รมว.ศธ.บรรยายนโยบายการศึกษาแก่นักศึกษา วปอ. วิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร ถนนวิภาวดีรังสิต - ศาสตราจารย์ ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นวิทยากรบรรยายในหัวข้อการพัฒนานโยบายความมั่นคงแห่งชาติของกระทรวง ศึกษาธิการ แก่นักศึกษาหลักสูตรวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่น ๕๔ หลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐร่วมเอกชน (ปรอ.) รุ่น ๒๔ และหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักรภาครัฐ เอกชน และการเมือง (วปม.) รุ่น ๕ เมื่อวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๕๕
พระบิดาวิทยุสื่อสารไทย ที่มา : http://siweb.dss.go.th/sci60/team47/tetch06.htm "การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า รวมทั้งรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศด้วย ยิ่งในสมัยปัจจุบัน ที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ ทุกฝ่ายและทุกหน่ายงานที่เกี่ยวข้อง กับการสื่อสารของประเทศ จึงควรจะได้ร่วมมือกันดำเนินงานและประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิด และสอดคล้อง สำคัญที่สุด ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการและเทคโนโลยี อันทันสมัยให้ลึงและกว้างขวาง แล้วพิจารณาเลือกเฟ้นส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอนมาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม ให้พอเหมาะพอสมกับฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติได้พัฒนาอย่างเต็มที่ และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ สังคม และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์แท้จริง" ข้อความข้างต้น เป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ได้ทรงพระราชทาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เนื่องในโอกาสการจัดงานวันสื่อสารแห่งชาติครั้งแรก ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยจัดร่วมกับงานครบรอบ ๑๐๐ ปี ของการสถาปนากรมไปรษณีย์โทรเลข และการเฉลิมฉลองปีการสื่อสารโลก การสื่อสารในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา "กรมไปรษณีย์และกรมโทรเลข" ขึ้น เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ และได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นผู้สำเร็จราชการทั้งกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขเป็นพระองค์แรกต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ทั้ง ๒ กรมนี้ได้รวมเป็นกรมเดียวกัน มีชื่อใหม่ว่า "กรมไปรษณีย์โทรเลข" ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กิจการสื่อสารของไทยได้พัฒนาก้าวหน้ามาเป็นสำดับ มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของทางราชการขึ้นอีกหลายหน่วยงาน เช่น กรมประชาสัมพันธ์ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เป็นต้น ในส่วนของภาคเอกชนก็มีบริษัทห้างร้านที่ดำเนินกิจการด้านการ สื่อสารเพิ่มมากขึ้น หน่วยงานเหล่านี้ได้ร่วมกันสนองพระราชปณิธานในอันที่จะพัฒนากิจการสื่อสารของประเทศให้เจริญก้าวหน้าตลอดมาจนบัดนี้ ปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการสื่อสารได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และบทบาทของภาคเอกชนมีมากขึ้นรวมทั้งการแข่งขัน ในกิจการสื่อสารทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ได้ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ความได้เปรียบในเรื่องเศรษฐกิจของโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ขึ้นอยู่กับการมีระบบการสื่อสารให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับประเทศอื่น คณะรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของการสื่อสารดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนดให้วันที่ ๔ สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันสื่อสารแห่งชาติ" นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา ได้มีการจัดงานวันสื่อสารแห่งชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี (ยกเว้นปี พ.ศ. ๒๕๓๓ คณะกรรมการจัดงานวันสื่อสาร แห่งชาติได้มีมติให้งดการจัดแสดงนิทรรศการ คงมีแต่เฉพาะงานพิธีและการประชุมทางวิชาการเรื่องเทคโนโลยีพื้นฐานและการวางแผนระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม) และในการจัดงานวันสื่อสารแห่งชาติแต่ละปี จะเน้นหัวข้อการจัดงานแตกต่างกันไปทุกปี เช่น พ.ศ. ๒๕๒๘ หัวข้อการจัดงาน คือ การสื่อสารกับเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๐ หัวข้อการจัดงาน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการสื่อสาร พ.ศ. ๒๕๓๕ หัวข้อการจัดงาน คือ การสื่อสารเพื่อทศวรรษหน้า พ.ศ.๒๕๓๘ หัวข้อการจัดงาน คือ การสื่อสารกับการพัฒนาเทคโนโลยีการสนเทศ เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศให้ปี พ.ศ.๒๕๓๘ เป็นปีเทคโนโลยีสารสนเทศไทย ในวันสื่อสารแห่งชาติ ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ๑. พิธีถวายเครื่องสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ๒. การกล่าวคำปราศรัยของพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ๓. การจัดทำดวงตาไปรษณียากรที่ระลึกวันสื่อสารแห่งประเทศไทย ๔. การจัดนิทรรศการแสดงเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม บรรณานุกรม ชลิยา ศรีสุกใส. วันสำคัญ ประเพณี การละเล่นของไทย. กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์พีบีซี, มปป. ธนากิต เรียบเรียง.วันสำคัญไทย.พิมพ์ครั้งที่๑ กรุงเทพฯ : ปิรามิด, ๒๕๔๑.
"การสื่อสารเป็นปัจจัยที่สำคัญยิ่งอย่างหนึ่งในการพัฒนาสร้างสรรค์ความเจริญก้าวหน้า รวมทั้งรักษาความมั่นคงและความปลอดภัยของประเทศด้วย ยิ่งในสมัยปัจจุบัน ที่สถานการณ์ของโลกเปลี่ยนแปลงอยู่ทุกขณะ การติดต่อสื่อสารที่รวดเร็วทันต่อเหตุการณ์ ย่อมมีความสำคัญมากเป็นพิเศษ ทุกฝ่ายและทุกหน่ายงานที่เกี่ยวข้อง กับการสื่อสารของประเทศ จึงควรจะได้ร่วมมือกันดำเนินงานและประสานผลงานกันอย่างใกล้ชิด และสอดคล้อง สำคัญที่สุด ควรจะได้พยายามศึกษาค้นคว้าวิชาการและเทคโนโลยี อันทันสมัยให้ลึงและกว้างขวาง แล้วพิจารณาเลือกเฟ้นส่วนที่ดีมีประสิทธิภาพแน่นอนมาปรับปรุงใช้ด้วยความฉลาดริเริ่ม ให้พอเหมาะพอสมกับฐานะและสภาพบ้านเมืองของเรา เพื่อให้กิจการสื่อสารของชาติได้พัฒนาอย่างเต็มที่ และสามารถอำนวยประโยชน์แก่การสร้างเสริมเศรษฐกิจ สังคม และเสถียรภาพของบ้านเมืองได้อย่างสมบูรณ์แท้จริง"
ข้อความข้างต้น เป็นพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ที่ได้ทรงพระราชทาน ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน เมื่อวันที่ ๑๕ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๒๖ เนื่องในโอกาสการจัดงานวันสื่อสารแห่งชาติครั้งแรก ในปี พ.ศ. ๒๕๒๖ โดยจัดร่วมกับงานครบรอบ ๑๐๐ ปี ของการสถาปนากรมไปรษณีย์โทรเลข และการเฉลิมฉลองปีการสื่อสารโลก การสื่อสารในประเทศไทยได้เริ่มต้นขึ้น เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สถาปนา "กรมไปรษณีย์และกรมโทรเลข" ขึ้น เมื่อวันที่ ๔ สิงหาคม พ.ศ. ๒๔๒๖ และได้ทรงแต่งตั้งให้สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช เป็นผู้สำเร็จราชการทั้งกรมไปรษณีย์และกรมโทรเลขเป็นพระองค์แรกต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๔๑ ทั้ง ๒ กรมนี้ได้รวมเป็นกรมเดียวกัน มีชื่อใหม่ว่า "กรมไปรษณีย์โทรเลข" ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา กิจการสื่อสารของไทยได้พัฒนาก้าวหน้ามาเป็นสำดับ มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการสื่อสารของทางราชการขึ้นอีกหลายหน่วยงาน เช่น กรมประชาสัมพันธ์ บริษัทวิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด และองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย เป็นต้น ในส่วนของภาคเอกชนก็มีบริษัทห้างร้านที่ดำเนินกิจการด้านการ สื่อสารเพิ่มมากขึ้น หน่วยงานเหล่านี้ได้ร่วมกันสนองพระราชปณิธานในอันที่จะพัฒนากิจการสื่อสารของประเทศให้เจริญก้าวหน้าตลอดมาจนบัดนี้
ปัจจุบัน เทคโนโลยีด้านการสื่อสารได้พัฒนาไปอย่างรวดเร็วและต่อเนื่องการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ และบทบาทของภาคเอกชนมีมากขึ้นรวมทั้งการแข่งขัน ในกิจการสื่อสารทั้งในระดับภูมิภาคและระดับโลก ได้ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น ความได้เปรียบในเรื่องเศรษฐกิจของโลกในยุคโลกาภิวัตน์ ขึ้นอยู่กับการมีระบบการสื่อสารให้เจริญก้าวหน้า ทัดเทียมกับประเทศอื่น คณะรัฐมนตรีได้ตระหนักถึงบทบาทความสำคัญของการสื่อสารดังกล่าวเป็นอย่างดี จึงได้มีมติเมื่อวันที่ ๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖ กำหนดให้วันที่ ๔ สิงหาคมของทุกปีเป็น "วันสื่อสารแห่งชาติ" นับตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๒๖ เป็นต้นมา ได้มีการจัดงานวันสื่อสารแห่งชาติขึ้นเป็นประจำทุกปี (ยกเว้นปี พ.ศ. ๒๕๓๓ คณะกรรมการจัดงานวันสื่อสาร แห่งชาติได้มีมติให้งดการจัดแสดงนิทรรศการ คงมีแต่เฉพาะงานพิธีและการประชุมทางวิชาการเรื่องเทคโนโลยีพื้นฐานและการวางแผนระบบสื่อสารผ่านดาวเทียม) และในการจัดงานวันสื่อสารแห่งชาติแต่ละปี จะเน้นหัวข้อการจัดงานแตกต่างกันไปทุกปี เช่น พ.ศ. ๒๕๒๘ หัวข้อการจัดงาน คือ การสื่อสารกับเยาวชนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๐ หัวข้อการจัดงาน คือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวกับการสื่อสาร พ.ศ. ๒๕๓๕ หัวข้อการจัดงาน คือ การสื่อสารเพื่อทศวรรษหน้า พ.ศ.๒๕๓๘ หัวข้อการจัดงาน คือ การสื่อสารกับการพัฒนาเทคโนโลยีการสนเทศ เนื่องจากรัฐบาลได้ประกาศให้ปี พ.ศ.๒๕๓๘ เป็นปีเทคโนโลยีสารสนเทศไทย
ในวันสื่อสารแห่งชาติ ได้มีการจัดกิจกรรมต่างๆ ได้แก่ ๑. พิธีถวายเครื่องสักการะพระอนุสาวรีย์สมเด็จพระราชปิตุลาบรมพงศาภิมุข เจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์ กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ๒. การกล่าวคำปราศรัยของพณฯ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย และโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย ๓. การจัดทำดวงตาไปรษณียากรที่ระลึกวันสื่อสารแห่งประเทศไทย ๔. การจัดนิทรรศการแสดงเทคโนโลยีการสื่อสารโทรคมนาคม
บรรณานุกรม
ในปี 2558 ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ประชาคมอาเซียนอย่างเป็นทางการ ทุกฝ่ายต่างเตรียมความพร้อมเพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในอนาคต โดยเฉพาะภาคการศึกษา ซึ่งเกี่ยวข้องกับการเตรียมความพร้อมของเด็กและเยาวชน ที่ถือเป็นอนาคตสำคัญของประเทศ โดยในการบรรยายพิเศษหัวข้อ "การเพิ่มโอกาสทางการเรียนรู้ของเด็กไทยเตรียมพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน" จาก งานประชุมวิชาการ "TK Conference on Reading 2012" ซึ่งจัดโดยสำนักงานอุทยานการเรียนรู้(สอร.) หรือ TK park ดร.เบญจลักษณ์ น้ำฟ้า รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กล่าวว่าขณะนี้ทางสำนักเลขาธิการอาเซียนได้จัดทำ "Asean Curriculum Sourcebook หรือ หลักสูตรแกนกลางอาเซียน" โดยจะกำหนดให้เป็นหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของเด็กไทย ตั้งแต่ประถมศึกษามัธยมศึกษา อาชีวะศึกษา รวมถึงการศึกษานอกโรงเรียนที่จัดการศึกษาในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานเพื่อให้เด็กและพลเมืองอาเซียนได้เรียนรู้สิ่งที่คล้ายคลึงกัน ทั้งนี้ หลักสูตรแกนกลางอาเซียน หรือ Asean Curriculum Sourcebook มีกรอบการเรียนรู้ร่วมกัน5 เรื่องหลักคือ 1. Knowing ASEAN ความรู้เกี่ยวกับอาเซียน 2. Valuing and Diversity การเห็นคุณค่าความเป็นหนึ่งและความหลากหลาย 3.Connecting Global and Local การเชื่อมโยงโลกและท้องถิ่น 4. Promoting Equity and Justice การส่งเสริมความเสมอภาคและความยุติธรรม และ 5.Work Together a sustainable Future การทำงานร่วมกันเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน ซึ่งขณะนี้ สพฐ.กำลังให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการวางหลักสูตรสำหรับเด็กไทยโดยหลังจากนี้จะมีการนำหลักสูตรของแต่ละประเทศทั้ง10 ชาติสมาชิกอาเซียนมาดูในภาพรวมอีกครั้งเพื่อให้เด็กไทยและพลเมืองอาเซียนได้เรียนรู้สิ่งที่คล้ายกันและมีคุณลักษณะเฉพาะในความเป็นอาเซียน นอกจากนี้สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเตรียมความพร้อมของเด็กไทย คือ "ภาษาอังกฤษ" ซึ่งจะถือเป็นภาษาทางการของอาเซียน และมีความสำคัญมาก เพราะในอนาคตจะมีอาชีพที่สามารถเดินทางหรือมีการเคลื่อนย้ายแรงงานได้อย่างเสรีในประชาคมอาเซียน 8 วิชาชีพ ได้แก่ แพทย์ พยาบาลทันตแพทย์ สถาปนิก วิศวะ ช่างสำรวจ นักการบัญชีและอาชีพด้านการท่องเที่ยว ขณะเดียวกัน สพฐ. ได้เตรียมโรงเรียนที่เรียกว่า Education Hub เพื่อเตรียมรองรับเด็ก เยาวชนชาวอาเซียนที่ย้ายตามพ่อแม่เข้ามาทำงานในประเทศไทยให้สามารถเข้าเรียนในโรงเรียนของรัฐบาลได้ ด้าน ดร.ทัศนัย วงศ์พิเศษกุล ผู้อำนวยการสำนักงานอุทยานการเรียนรู้ หรือ TK park กล่าวสนับสนุนว่า ประชาคมอาเซียน เป็นสิ่งที่ใกล้ตัวเรามากขึ้น จำเป็นต้องเรียนรู้และเตรียมความพร้อมเด็กและเยาวชนไทย เข้าสู่การเป็นพลเมืองอาเซียนในอีก3 ปีข้างหน้า โดยเฉพาะการเพิ่มทักษะด้านภาษา เพราะการที่จะร่วมเป็นหนึ่งเดียวกันได้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสื่อสาร จึงเห็นด้วยที่เราควรจะเน้นเรื่องของภาษามากขึ้น โดย TK park ในฐานะหน่วยงานที่มีบทบาทในการส่งเสริมและปลูกฝังนิสัยรักการอ่าน ในปีนี้ TK park ได้จัดโครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริมการเรียนรู้ด้านอาเซียนนอกจากงานประชุมวิชาการเพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์ส่งเสริมการอ่านในกลุ่มประเทศอาเซียนแล้ว ยังมีการจัดมุมความรู้อาเซียน หรือASEAN Knowledge Corner, การผลิตสื่อดิจิตัลที่เกี่ยวกับอาเซียน และการจัดชุดนิทรรศการพิธภัณฑ์อาเซียน สัญจรไปยังเครือข่ายต่างๆ ทั่วภูมิภาคเพื่อสนับ สนุนให้เด็กและเยาวชนรักกการอ่านและเรียนรู้เกี่ยวกับสมาชิกอาเซียนเพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย
ที่มา: หนังสือพิมพ์พิมพ์ไทย
สมาคมจิตอาสาพัฒนาประเทศไทย ขอประชาสัมพันธ์การจำหน่ายคู่มือการใช้งาน แท็บเล็ต Android รายละเอียดคลิกที่นี่
ปีงบประมาณ พ.ศ.2556 (ออกจากราชการวันที่ 1 ตุลาคม 2555) NEW!! หนังสือ คปร. ด่วนที่สุด ที่ นร 1008.2/24 ลงวันที่ 18 มิถุนายน 2555 เรื่อง มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ 2556 New รายละเอียดโครงการ หนังสือ คปร. ด่วนที่สุด ที่ นร 1008.2/8 ลงวันที่ 24 เมษายน 2555 เรื่อง มาตรการปรับปรุงอัตรากำลังของส่วนราชการ (โครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด) ปีงบประมาณ พ.ศ. 2556 (ออกจากราชการวันที่ 1 ตุลาคม 2555) หนังสือนำ สิ่งที่ส่งมาด้วย 1 (รายละเอียดมาตรการฯ) สิ่งที่ส่งมาด้วย 2 (กำหนดการ) สิ่งที่ส่งมาด้วย 3 (ขั้นตอนการดำเนินมาตรการฯ) ตารางที่ 1-5 (กรณีต้องการเป็นไฟล์ excel) สิ่งที่ส่งมาด้วย 4 (ใบสมัคร) สิ่งที่ส่งมาด้วย 5 (หนังสือขอระงับการลาออกฯ) สิ่งที่ส่งมาด้วย 6 (คำถาม-คำตอบ)